ตำนาน 8 บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ อารยธรรมโบราณรอบโลก สถานที่ชำระล้างจากเทพเจ้า

ความเชื่อเรื่องบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์จากเทพเจ้านั้นอยู่คู่กันกับผู้คนทุกยุคทุกสมัย ชนชาติใด ใช้สำหรับดื่ม และอาบน้ำเท่านั้น ก็ตาม ซึ่งเนื้อแท้ภายในนั้นก็คือการเคารพ และอาศัยอยู่กับธรรมชาติอย่างเกื้อกูลกัน และปลูกฝังความคิดเรื่องการอนุรักษ์ธรรมชาติไว้อย่างแนบเนียน ครั้งนี้เราจะพาไปรู้จักกับบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์จากที่ต่างๆ รอบโลกที่น่าสนใจกัน

1. โอะชิโนะฮักไก (Oshino Hakkai) หมู่บ้านน้ำใสใกล้ภูเขาไฟฟูจิ

ในประเทศญี่ปุ่น จังหวัดยามานาชิ เป็นที่ตั้งของ โอะชิโนะฮักไก หรือที่คนไทยเรียกกันว่าหมู่บ้านน้ำใส ซึ่งก็ใสปิ๊งสมชื่อจริงๆ เพราะแม้บ่อจะลึกมากแต่ก็มองเห็นก้นบ่อได้แบบทะลุทะลวง ผู้คนบูชาบ่อน้ำแห่งนี้ในฐานะบ่อน้ำของเทพเจ้ามาตั้งแต่สมัยโบราณ เป็นหนึ่งในจุดแวะพักชำระล้างจิตใจ ก่อนจะเดินขึ้นภูเขาฟูจิ แล้วจึงกลับลงมาแสวงบุญตามจุดสำคัญต่างๆ ที่อยู่รอบภูเขา ตามธรรมเนียมปฎิบัติดั้งเดิมในการบูชาภูเขาไฟฟูจินั่นเอง

2. วิหารฮินดูศักดิ์สิทธิ์ วัดเทมปักสิริงค์ (Tempaksiring Temple)

วิหารฮินดูที่สร้างในศตวรรษที่ 13 ใช้ในการประกอบพิธีทางศาสนาพราหมณ์เท่านั้น ในส่วนของบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์นั้นเป็นน้ำที่ได้มาจากน้ำผุดตามธรรมชาติ ไหลไม่หยุดนิ่งมาเป็นระยะเวลาอย่างยาวนาน มีต้นน้ำมาจากภูเขาไฟ ซึ่งชาวบาหลีก็ยังมีความเชื่อว่า เมื่อใครได้อาบน้ำจากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้จะช่วยรักษาโรคภัยไข้เจ็บ และผิวพรรณเปล่งปลั่ง

3. วิหารคาร์นัค เมืองลักซอร์ (Karnak Temple)

มหาวิหารคาร์นัค เป็นวิหารใหญ่ที่สร้างถวายแด่เทพอะมุนราห์ (สุริยเทพ) องค์ฟาโรห์ใช้จัดพิธีกรรมอียิปต์โบราณสำคัญๆ มาแล้วมากมายจากรุ่นสู่รุ่น บริเวณด้านหลังของมหาวิหารนี้เองจะมีสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ซึ่งใช้สำหรับขอพร และอธิษฐานอีกด้วย

4. คุมาโนะ โคโดะ (Kumano Kodo) แดนศักดิ์สิทธิ์ของเทพเจ้า

คุมาโนะ โคโดะ เป็นเส้นทางแสวงบุญ ซึ่งคนญี่ปุ่นเชื่อว่าที่นี่เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของเทพเจ้า และเส้นทางนี้เองเป็นที่ตั้งของ นาจิ ไทฉะ 1 ใน 3 ศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ของคุมาโนะ ใกล้เคียงกันคือน้ำตกที่สูงที่สุด และสวยงามที่สุดของญี่ปุ่น และยังเป็นที่ประกอบพิธีชำระล้างร่างกาย บำเพ็ญตนภายใต้น้ำตกศักดิ์สิทธิ์เพื่อความบริสุทธิ์

5. พาโร ทักซัง (Paro Taktsang)

ทักซัง หรือ วัดถ้ำเสือ (The Tiger’s Nest) นี้ตั้งอยู่ที่เมืองพาโร ประเทศภูฏาน สถานที่แห่งศรัทธาสำคัญของประเทศ และยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ตั้งเด่นเป็นสง่าท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ และชะง่อนผาสูงชัน ฝั่งตรงข้ามมีน้ำตกซึ่งชาวภูฏานถือว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ สามารถดื่มน้ำจากน้ำตกนี้ได้เลย เชื่อกันว่าสามารถรักษาโรคภัยไข้เจ็บได้

6. บ่อน้ำราชินี รานี คี วาฟ (Rani ki vav)

บ่อน้ำราชินี (The Queen’s Stepwell) ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกของอินเดีย เป็นสระน้ำแบบขั้นบันได ตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำสุรัสวดีในรัฐคุชราต ถูกค้นพบในช่วงทศวรรษที่ 1960 คาดว่าเดิมใช้เป็นที่กักเก็บน้ำจากตาน้ำใต้ดิน และถูกพัฒนามาเรื่อยๆ ตลอดระยะเวลากว่า 3,000 ปี จนกลายมาเป็นสถาปัตยกรรมแสนงดงาม

7. บ่อน้ำเทพเจ้าธอร์ Thor’s Well

Thor’s Well หรือบ่อน้ำเทพเจ้าธอร์ ที่แหลมเพอเพทัวร์ (Cape Perpetua) ชายฝั่งโอเรกอน เป็นหลุมขนาดใหญ่คล้ายกับถูกค้อนของเทพเจ้าธอร์ฟาดตูมลงมาอย่างแรง แม้จะไม่ใช่สถานที่ที่มีความศักดิ์สิทธิ์ แต่ด้วยความงามตามธรรมชาตินี้ก็ทำให้เราอดทึ่งในความงามไม่ได้

8. Sancreed Well บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งอังกฤษ

บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ Sancreed ซุกซ่อนตัวอยู่ลึกเข้าไปในป่าสนของแคว้น Cornwall ประเทศอังกฤษ คาดว่าน่าจะสร้างไว้ตั้งแต่สมัยก่อนคริสต์ศักราช จนกระทั่งผุพังไปตามกาลเวลา และถูกฝังอยู่ในพุ่มไม้หนาทึบอยู่นานหลายปี กระทั่งพระสังฆราชแห่ง Sancreed ได้ค้นพบบ่อน้ำนี้อีกครั้งในในปี พ.ศ. 2422 โดยบริเวณรอบบ่อจะมีผ้าขี้ริ้ว หรือเศษผ้าผูกติดอยู่กับต้นไม้มากมาย โดยผู้ป่วยจะฉีกผ้าออกจากส่วนของร่างกายที่มีอาการบาดเจ็บ เอาไปผูกไว้กับต้นไม้ใกล้กับบ่อน้ำ โดยมีความเชื่อว่าจะทำให้ความเจ็บปวดหายไป ถึงทุกวันนี้ผู้คนก็ยังนิยมนำผ้ามาแขวนอยู่ เพื่อขอพรให้โชคดีนั่นเอง

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวเพิ่มเติม

: ซานย่า Sanya ไห่หนาน ที่เที่ยวจีน

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published.