ป่าฮาลา-บาลา แอมะซอนแห่งอาเซียน

ชวนทุกคนมาเรียนรู้เรื่องราวของ “นกเงือกในไทย” และเยี่ยมเยือน “บ้าน” หลังสำคัญของนกเงือกในไทย อย่างป่าฮาลา-บาลาโดย “นกเงือกในไทย” ได้รับฉายา “นักปลูกป่า” ในระบบนิเวศทางธรรมชาติของบ้านเรา จากพฤติกรรมการกินผลไม้ที่หลากหลาย ซึ่งบางครั้ง “เมล็ดพันธุ์” ที่นกเงือกกักตุนไว้เป็นอาหารในปาก ก็มีการหลุดรอดลงสู่ผืนป่า ระหว่างการบินกลับมายังรังของตัวเอง ทำให้เป็นการกระจายเมล็ดพันธุ์ใหม่ ๆ จนเกิดการรักษาความหลากหลายของพันธุ์ไม้ในผืนป่าไปในตัว ซึ่ง “บ้านหลังใหญ่” ของบรรดานกเงือกในไทย จะเป็น “ป่าฮาลา-บาลา” เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ใต้สุดของไทย อันเป็นป่าที่พบนกเงือกได้เยอะที่สุดในประเทศ โดยเราสามารถพบเห็นนกเงือกในป่าแห่งนี้ได้ถึง 10 ชนิด จากทั้งหมด 13 ชนิด ที่ปรากฎอยู่ในไทย จนเป็นการชี้วัดถึงความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าแห่งนี้ได้อย่างดี โดยป่าฮาลา-บาลา ประกอบด้วยป่า 2 ผืน ได้แก่ ป่าฮาลา – ในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา และ …

น้ำตกช่องลม ที่เที่ยวนครนายก

  ใครจะรู้ไหมว่า เขื่อนขุนด่านปราการชล สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของ จังหวัดนครนายก ที่เราไปกันนับครั้งไม่ถ้วนเนี่ย จะมีดินแดนแห่งขุนเขา และลำน้ำ ซ่อนอยู่ สถานที่นี้ซ่อนตัวอยู่หลังเขื่อนอยู่นานมาก แต่เมื่อไม่นานมานี้ ก็มีคนค้นพบและเลยทำให้ที่นี่กลายเป็น สถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องห้ามพลาด แลนมาร์คแห่งใหม่ของ นครนายก ไปแล้ว สถานที่นี้มีชื่อว่า น้ำตกช่องลม เมื่อพร้อมแล้ว ก็ออกเดินทางกันเลยค่ะ จาก นครนายก ก็ปักหมุดไปสถานที่คุ้นเคยอย่าง เขื่อนขุนด่านปราการชล แต่ต้องไปในส่วนของการนั่งเรือเข้าไปด้านในเขื่อน จะมีค่าใช้จ่ายนิดหน่อยในการนั่งเรือเพื่อเข้าไป จากลานจอดรถ สามารถติดต่อที่ศูนย์ที่ให้บริการล่องเรือ โดยเปิดให้บริการ ตั้งแต่ 8 โมงเช้า ถึง 5 โมงเย็นค่ะ สำหรับค่าบริการ ราคาเหมา 1-7 คน รวมทั้งหมด 1,500 บาท แต่ถ้า 8 คนขึ้นไปตกคนละ 200 บาท โดยจะล่องเรือจะแวะที่เที่ยวทั้งหมด 3 จุด คือ น้ำตกผางามงอน  น้ำตกคลองคราม และ น้ำตกช่องลม ซึ่งเป็นไฮไลท์ของทริปนี้ เรือจะจอดให้ลงเที่ยวในแต่ละจุด 30 นาที ส่วนจุดสุดท้ายของเรา …

สกายวอล์คเชียงคาน แลนด์มาร์คชมวิวแห่งใหม่ จังหวัดเลย

แลนด์มาร์คแห่งใหม่ใน เชียงคาน จังหวัดเลย ต้องบอกเลยว่าเป็นที่สุดของความสูงงานนี้มีขาสั่นๆอย่างแน่นอน เพราะสูงเท่าตึกกว่า 30 ชั้นเลย ที่สำคัญเป็นกระจกใสอีกด้วย นั่นก็คือ สกายวอล์คเชียงคาน นี่เองค่ะ สกายวอล์ค เชียงคาน หรือ สกายวอล์ค ภูคกงิ้ว ตั้งอยู่ที่ ตำบลปากตม อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย สูงกว่าระดับแม่น้ำโขงกว่า 80 เมตร หรือเทียบเท่ากับตึก 30 ชั้นเลยทีเดียวมีทางเดินที่ทำด้วยกระจกใสยาวกว่า 100 เมตร กว้างกว่า 2 เมตรเป็นจุดที่เสียวและตื่นเต้นที่สุดเและยังเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมวิวได้อย่างเพลิดเพลินด้วย โดยบนสกายวอล์คนั้นจะสามารถมองเห็นแม่น้ำเหือง แม่น้ำที่กั้นชายแดนไทยได้อย่างสวยงดงาม โดยภาพที่เรามองเห็นนั้นจะเป็นภาพของแม่น้ำทั้งสองที่สีสันตัดกันอย่างชัดเจน ตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างภูเขาสูงใหญ่ทั้งสองฝั่งของเชียงคาน และฝั่งสปป.ลาว ส่วนด้านบน สกายวอล์คเชียงคานนั้น ก็ยังเป็นที่ประดิษฐาน พระใหญ่ภูคกงิ้ว อีกด้วยค่ะ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางลีลาประทานพร หล่อด้วยไฟเบอร์ผสมเรซิ่นทอง สูงกว่า 19 เมตร นับว่าเป็นอีกสัญลักษณ์ของแลนด์มาร์คใหม่นี้ด้วยค่ะ ทางเดินของสกายวอล์คเชียงคานนั้นจะเป็นกระจกใสชนิดพิเศษ มีตะแกรงเหล็กรองรับโดยออกแบบเป็นพิเศษเพื่อให้มีความมั่นคงปลอดภัยและแน่นหนาขึ้นมาค่ะ โดยสาเหตุที่สร้างที่นี่มาก็เพื่อให้กลายเป็นจุดชมวิวสวยๆ ที่ไม่ว่าใครๆ ก็ต้องอยากมาเช็คอินกันค่ะ  แต่ไฮไลท์ที่สำคัญก็คือ การได้ชมพระอาทิตย์ตก ในบรรยากาศของธรรมชาติ …

ทะเลสาบแมงกะพรุน Jellyfish Lake Unseen

ไปเที่ยวทะเลทีไรเผลอไปจ๊ะเอ๋กับ แมงกะพรุน เป็นต้องรีบว่ายหนีทุกทีเพราะเราทราบกันดีว่าแมงกะพรุนบางชนิดนั้นมีพิษอันตราย รุนแรงในระดับตั้งแต่ปวดแสบปวดร้อนไปจนถึงเสียชีวิตเลยทีเดียว แต่สำหรับที่ สาธารณรัฐปาเลา (Palau) ประเทศหมู่เกาะเล็กๆ ใกล้กับฟิลิปปินส์ มีทะเลสาบแมงกระพรุน Jellyfish Lake ที่ไม่ต้องกังวลเรื่องแมงกะพรุนเลยค่ะ เพราะว่ามัน ไม่มีอันตราย นั่นเอง ทำให้ที่นี่เป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวสุด Unseen ของโลกกันไปเลย! Jellyfish Lake หรือ ทะเลสาบแมงกระพรุุน แห่งนี้มีอายุประมาณ 12,000 ปีมาแล้วนับถือเป็นทะเลสาบโบราณที่อยู่ใน เกาะ Eil Malk ตั้งอยู่ใน ปาเลา (Palau) หรือชื่อทางการว่า สาธารณรัฐปาเลา ซึ่งเป็นประเทศหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกตั้งอยู่ทางตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ไปประมาณ 500 กิโลเมตรค่ะ โดยทะเลสาบแมงกะพรุนจะเชื่อมต่อกับมหาสมุทรผ่านรอยแยกและอุโมงค์ในหินปูนของแนวปะการัง ทำให้ทะเลสาบที่นี่เป็น ทะเลสาบน้ำเค็ม เป็นหนึ่งในจุดดำน้ำยอดนิยมที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ที่เหล่านักดำน้ำต้องอยากปักหมุดไปให้ได้กันสักครั้งเพราะจุดเด่นที่สุดของที่นี่คือก็คือ เหล่าแมงกระพรุนที่ว่ายน้ำกันแน่นๆในทะเลสาบ จนเป็นภาพที่สุดแสนประหลาดใจและน่ามหัศจรรย์มากๆอีกด้วย  แมงกะพรุนในทะเลสาบ มีด้วยกัน 2 สายพันธุ์คือ แมงกะพรุนทองคำ (Golden jellyfish) และ แมงกะพรุนพระจันทร์ (Moon jellyfish) แน่นอนว่าเป็นนับล้านตัวแหวกว่ายอยู่ อีกทั้งเรายังสามารถลงไปว่ายน้ำกับน้องๆ พวกนี้ได้อย่างสบายใจด้วยเพราะเราจะไม่ได้รับอันตรายใดๆจากมันค่ะ นั่นก็เพราะว่าแม้แมงกะพรุนเหล่านี้จะมีพิษอยู่ แต่พิษของมันก็มีความรุนแรงน้อยมากๆ ถึงมากที่สุด จนไม่สามารถก็ให้เกิดอันตรายใดๆ ยกเว้นคนที่แพ้พิษของมันนั่นเอง สาเหตุที่แมงกะพรุนเหล่านี้แทบไม่เป็นอันตรายใดๆ เลยก็เพราะว่า ภายในทะเลสาบ …

แพะเมืองผี ที่เที่ยวแพร่ กับ ปรากฎการณ์ธรรมชาติ

แพะเมืองผี เป็นสถานที่ท่องเที่ยวใน จังหวัดแพร่ ที่ทุกคนต้องรู้จักกันอย่างแน่นอนเพราะเป็นความสวยงามจากธรรมชาติ ที่สวยและแปลกตา ที่เป็นไฮไลท์สุดๆเป็น Unseen ต้องไปเห็นด้วยตาตัวเองเท่านั้นถึงจะพบกับความยิ่งใหญ่ตระการตา วันนี้เราก็เลยพาทุกคนปักหมุดไปที่นี่กันเลยค่ะ แพะเมืองผี หรือ วนอุทยานแพะเมืองผี ตัังอยู่ที่ ตำบลน้ำชำ อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่เกิดจากธรรมชาติสร้างขึ้นมา เป็นลักษณะของดินและหินทราย ที่ถูกกัดเซาะตามธรรมชาติจนเกิดเป็นรูปร่างลักษณะต่างๆ ส่วนชื่อเรียก แพะเมืองผี นั้น ก็มาจากภาษาพื้นเมืองซึ่งคำว่า แพะ แปลว่า ป่าละเมาะ ส่วนคำว่า เมืองผี แปลว่า เงียบเหงา วังเวง เพราะด้วยสภาพภูมิประเทศที่ดูน่ากลัวนี้ เลยเป็นที่มาของการเรียกชื่อนี้นั่นเองค่ะ ในส่วนของตำนาน แพะเมืองผี นั้น ก็มีที่เล่าสืบต่อกันมาว่า เมื่อในอดีตบริเวณป่าแห่งนี้ เป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ มีต้นไม้ใหญ่และสัตว์ป่าน้อยใหญ่เป็นจำนวนมาก และมีหญิงชราคนหนึ่งที่ชื่อว่า ย่าสุ่ม ได้เข้าไปหาอาหารในป่า แต่หลงป่าแล้วก็ไปพบหลุมที่เต็มไปด้วยเงินและทองคำ เลยได้นำเงินและทองคำนั้น ใส่ถุงแล้วเตรียมจะเอากลับบ้าน แต่ก็หลงป่าอีก ทำให้ไม่สามารถเอาหาบที่ใส่เงินและทองคำออกมาได้ …

เกาะบุโหลน เที่ยวสตูล

หนึ่งในที่เที่ยวทะเลสวยๆก็ต้องยกให้กับ จังหวัดสตูล นี่แหละค่ะที่ต้องห้ามพลาดเลย ขอแนะนำให้ทุกคนลองไปเที่ยวเกาะที่มีชื่อว่า เกาะบุโหลน กันดูเป็นเกาะสวยที่เหมาะสำหรับสายเที่ยวทะเลแบบสโลว์ไลฟ์เน้นใกล้ชิดธรรมชาติ แบบชิลๆ ง่ายๆ ไปค่ะ ไปรู้จักเกาะนี้กันเลย  เกาะบุโหลน หรือที่มีชื่อเรียกว่า หมู่เกาะบุโหลน เป็นเกาะสวยที่อยู่ใน ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู จังหวัดสตูล ซึ่งที่นี่ก็อยู่ในความรับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตราค่ะ มีเกาะเล็กใหญ่รวมกันอยู่มากมายในบริเวณ ไม่น้อยกว่า 8 เกาะเลย เช่น เกาะบูโหลนเล เกาะบูโหลนดอน เกาะบูโหลนไม้ไผ่ เป็นต้น รวมไปถึง จุดดำน้ำตื้นและดำน้ำลึกยอดฮิตของที่นี่ ทั้ง เกาะอายำ และ เกาะหินขาว ชื่อของเกาะบุโหลน นั้นน่าจะมาจากคำว่า บูโละ ในภาษามลายู ที่แปลว่าไม้ไผ่ เพราะบนเกาะนั้นเต็มไปด้วยไม้ไผ่จึงเรียกชื่อเกาะตามพันธุ์ไม้ ส่วนเกาะที่เป็นไฮไลท์ของที่นี่ และห้ามพลาดคือ สามเกาะ บุโหลนเล บุโหลนดอน และ บุโหลนไม้ไผ่ นั่นเองค่ะ กิจกรรมส่วนใหญ่นอกจากการดำน้ำแล้ว ก็จะมีการเที่ยวแบบสโลว์ไลฟ์ชิลๆ สัมผัสวิถีชีวิตบนเกาะกันนี่แหละค่ะ เกาะบุโหลนเล จะเป็นเกาะใหญ่ที่สุดในหมู่ เกาะบุโหลน ทำให้มีทั้งที่พักมากมายหลายราคา รวมไปถึงหาดทรายและอ่าวต่างๆ ที่อยู่รอบๆ เกาะ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเกาะนี้ถึงได้งดงามที่สุดบนหมู่เกาะนี้ เพราะมี หาดแพนแซนแหลมสน ชายหาดที่ยาวและสวยที่สุดของเกาะ แต่ถ้าใครชอบดำน้ำก็ต้องไป อ่าวม่วง หรือ อ่าวพังกาน้อย นอกจากนั้นที่เกาะนี้ก็ยังมี ลานกางเต็นท์ …

สะพานข้ามกาลเวลา ย้อนรอยอดีต อยุธยา

 อยุธยา ที่นี่ถือว่าเป็นที่เที่ยวเก่าแก่โบราณของย่านตลาดเก่าในอดีตเลย นั่นก็คือ สะพานป่าดินสอ เรียกได้ว่าเป็นสะพานข้ามกาลเวลาของจริงเลยค่ะ ถ้าอย่างงั้นตามเรามาดูกันเลย ว่าจะเก่าแก่และสวยงามขนาดไหน สะพานป่าดินสอ เป็นสะพานเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ใน ตำบลประตูชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ใกล้กับ วัดบรมพุทธาราม ลักษณะของสะพานจะเป็นอิฐ พื้นสะพานนั้นก็จะปูด้วยอิฐตะแคง ใต้สะพานจะก่ออิฐสัน ตั้งเป็นลักษณะซุ้มโค้งรูปกลีบบัว มี 3 ช่องด้วยกัน   โดยที่บริเวณช่องกลางนั้น จะมีขนาดสูงกว่าช่องอื่นๆ ที่อยู่ทางด้านซ้ายและขวา ซึ่งสาเหตุที่ทำแบบนี้ ก็เพื่อให้เรือเล็ก รวมทั้งเรือที่มีประทุนหลังคาสัญจรไปมาได้ รูปแบบการสร้างแบบนี้ สันนิษฐานว่าน่าจะได้รับอิทธิพลจากตะวันตกมานั่นเองค่ะ น่าจะเริ่มมาตั้งแต่รัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราชมาแล้ว      ในปัจจุบันนั้นบางส่วนของ สะพานป่าดินสอ ก็จะมีรากไม้ปกคลุม ช่วงขอบปลายสะพานก็จะพังไปบ้าง แต่ช่วงกลางสะพานก็ถือว่ายังดูแข็งแรงดีเลยค่ะ ดูแล้วน่าจะยังเดินข้ามไปได้ แต่แนะนำว่าให้ดูแต่ตาดีกว่าค่ะ เพราะถือเป็นการอนุรักษณ์ของเก่าให้คงสภาพไว้ได้นานๆ นั่นเองค่ะ  บริเวณนี้เมื่อก่อนนั้นเป็นย่านที่คึกคักมากเพราะที่ คลองฉะไกรน้อย นี้ที่ในอดีตสองฝั่งคลองจะเป็นพื้นที่ของตลาดและย่านชุมชนเลยทำให้มีความคึกคักมีเรือพายไปมามากมาย โดนคลองสายนี้จะสามารถผ่านพระอารามสำคัญๆได้ทั้ง วัดสวนหลวงค้างคาว วัดสิงหาราม วัดบรมพุทธาราม รวมไปถึงย่านการค้าที่สำคัญ เช่น ป่าตอง ป่าดินสอ ป่าสมุด …

ภูซับเหล็ก ที่เที่ยวลพบุรี

ใครอยากชมวิวสวยๆ แบบไม่ต้องไปไกล แนะนำว่ามาที่นี่เลยค่ะ ภูซับเหล็ก ใน จังหวัดลพบุรี เป็นวิวที่ปังอลังการมาก จนไม่คิดเลยจริงๆ ว่าจะอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพ เลย เอาล่ะ อย่ารอกันอีกต่อไป ลองมาชมวิวสวยๆ ของที่นี่กันเลยดีกว่า ภูซับเหล็ก จุดชมวิวสวยๆ ที่อยู่ใกล้กับ อ่างเก็บน้ำซับเหล็ก ของ ลพบุรี ถือว่าเป็นจุดชมวิวที่สามารถชมวิวพระอาทิตย์ตกได้แบบสวยงามเลยค่ะ เพราะเราจะได้เห็นวิวของเขาจีนแลและอ่างเก็บน้ำซับเหล็กพร้อมแสงสวยๆ ของวันแบบปังสุดๆ วิวภูเขาของที่นี่ ไม่ว่าใครที่ได้เห็น ต่างก็ต้องอดใจที่เก็บภาพไว้ไม่อยู่กันเลยค่ะ แต่ความสวยงามนี้ก็ต้องใช้ความพยายามในการเดินขึ้นไปยังจุดชมวิวกันนิดหน่อยนะคะ แม้ว่าระยะทางเดินจะแค่ประมาณ 200 เมตร แต่ก็ค่อนข้างจะชันอยู่พอสมควรเลยค่ะ ใช้เวลาเดินทาง 10-15 นาที แนะนำว่าให้เตรียมน้ำพกติดตัวกันขึ้นไปดื่มระหว่างเดินด้วยค่ะ เป็นการช่วยให้มีพลังเดินต่อไปได้ค่ะ และก็อย่าลืมสวมเป็นผ้าใบจะดีที่สุดนะคะ ใครอยากจะไปชมวิวในตอนเช้าด้วย ก็ทำได้นะคะ จะได้อีกฟีลที่ต่างกันไปกับตอนเย็นเลย แต่ไฮไลท์จริงๆ จะอยู่ที่บรรยากาศในยามเย็น ถ้าอยากได้วิวสวยๆ ที่เป็นไฮไลท์ของ ภูซับเหล็ก ก็ต้องตอนเย็นเท่านั้นค่ะ แต่ใครจะขึ้นไปก็ไม่ควรจะลงมาหลัง 6 โมงเย็นนะคะ เพราะทางเดินขึ้นเขาจะไม่มีไฟตามทาง …

ปราสาทนอยชวานชไตน์ มิวนิก

ปราสาทนอยชวานชไตน์ (Neuschwanstein Castle) นับเป็นปราสาทอันมีชื่อเสียงที่ตั้งอยู่ใต้หุบเขาในแคว้นบาวาเรียนอันเขียวชอุ่ม และถือหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญและยอดนิยมที่สุดในประเทศเยอรมนี (Germany) ถือเป็นปราสาทที่งดงามมากที่สุดอีกแห่งหนึ่งของโลก และเป็นต้นแบบของการสร้างปราสาทเทพนิยายเจ้าหญิงนิทราที่สวนสนุกดิสนีย์แลนด์และโตเกียวดิสนีย์แลนด์รวมไปถึงที่แดนเนรมิตของไทยเราอีกด้วย ปราสาทนอยชวานชไตน์ มีความโดดเด่นในรูปแบบและที่ตั้ง ที่สร้างจินตนาการได้มากกว่าปราสาทอื่นใดเนื่องจากตัวปราสาทมีที่ตั้งอันน่าทึ่งบนหินผาขนาดใหญ่ยักษ์สูงกว่า 200 เมตร เหนือออบแก่งของแม่น้ำพอลลัท นอกจากนี้ยังมีแวดล้อมด้วยธรรมชาติและทิวทัศน์ของป่าเขาลำเนาไพรที่สวยงามและมีสีสันแปรเปลี่ยนแตกต่างกันไปในแต่ละฤดูกาล เมื่อมองจากสะพานมาเรียนที่ทอดข้ามสายน้ำเชี่ยวกรากในลำธารเบื้องล่าง ารสร้างปราสาทแห่งนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากในสมัยนั้นปราศจากเทคโนโลยีและเครื่องมือก่อสร้างแบบพิเศษใดๆ วัสดุอุปกรณ์ที่นำมาบรรจงสร้างสรรค์ล้วนมีน้ำหนักและปริมาณมากมายมหาศาลและต้องลำเลียงเคลื่อนย้ายไปสู่สถานที่ก่อสร้างปราสาทบนยอดเขาอันไกลโพ้น วัสดุก่อสร้างหนักๆ เช่น หินอ่อน 465 ตัน หินทราย 4,550 ตัน อิฐ 400,000 ก้อน ทราย 3,600 ลูกบาศก์เมตร ซีเมนต์ 600 ตัน และสิ่งสำคัญคือการใช้ไม้เพื่อแกะสลักทั้งสิ้น 2,050 ลูกบาศก์เมตร ต้องใช้กำลังสติปัญญา แรงงานจากช่างผู้ชำนาญ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมากมายโดยใช้เวลาทั้งสิ้นไม่น้อยกว่า 17 ปี ติดตามต่อได้ที่ …

ตำนานทางเดินยักษ์ Giant’s Causeway ไอร์แลนด์เหนือ

กลุ่มแท่งเสาหินทรงหกเหลี่ยมที่เรียงตัวกันราวแท่งดินสอที่ถูกจับเรียงอย่างเป็นระเบียบนี้ แทบไม่น่าเชื่อว่าเกิดจากปรากฏการณ์ธรรมชาติล้วนๆ ที่แห่งนี้มีชื่อว่า Giant’s Causeway (ทางเดินยักษ์) ตั้งอยู่ที่เกาะไอร์แลนด์เหนือและยังเป็น 1 ใน 100 สถานที่ที่สวยที่สุดในโลกอีกด้วย Giant’s Causeway นั้นประกอบด้วยเสาหินบะซอลต์กว่า 40,000 แท่ง ขนาดเสากว้างเฉลี่ย 46 ซม. สูงประมาณ 1-2 ม. เกิดจากการเย็นตัวลงของลาวาเมื่อประมาณ 50,000 – 60,000 ปีที่แล้วส่วนสาเหตุที่ทำให้มันเป็นรูปทรงเรขาคณิตสมมาตรได้ขนาดนี้ เป็นเพราะเนื้อหินบะซอลต์ของลาวาในบริเวณนี้มีความสม่ำเสมอกัน เมื่อลาวาเริ่มแข็งตัวและมีการหดตัวขึ้น แรงหดตัวนี้จะกระจายไปอย่างสม่ำเสมอเท่ากันทั่วทั้งพิ้นผิว และเกิดการแตกร้าวเป็นทรงเรขาคณิต ด้วยความงามตามธรรมชาตินี้เอง จึงทำให้ทาง UNESCO ประกาศให้พื้นที่แห่งนี้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ ในปี 1986 และกลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของไอร์แลนด์เหนือในที่สุด ตามตำนานที่เล่าต่อกันมา ว่ากาลครั้งหนึ่งในยุคที่ยักษ์ยังปกครองแถบนี้อยู่ มียักษ์ตนหนึ่งนามว่า ฟินน์ แม็คคูล (Finn McCool) ยักษ์ตัวนี้มีความเก่งกาจ ทำให้มันสามารถปราบยักษ์ในบริเวณพื้นที่ของตัวเองได้หมด จนมันต้องการข้ามทะเลไปรบกับยักษ์อีกฝั่งหนึ่ง วันหนึ่งฟินน์เลยตะโกนท้าทายข้ามทะเลไปอีกฝั่ง ปรากฏว่ามียักษ์ตนหนึ่ง ชื่อ เบนันดอนเนอร์ ได้ยินเข้าก็คิดอยากปะทะ ภารกิขสร้างทางจากฝั่งตัวเองไปหา …