ฮาราจูกุ ไทยแลนด์ สุวินทวงศ์ ที่เที่ยวไทยเหมือนไปญี่ปุ่น

ใครที่โหยหาการไป เที่ยวญี่ปุ่น แล้วล่ะก็ บอกเลยว่าต้องไม่พลาดมาเช็คอินที่นี่ค่ะ ฮาราจูกุ ไทยแลนด์ Harajuku Thailand ที่เที่ยวเปิดใหม่ กรุงเทพ ย่านสุวินทวงศ์ เรียกได้ว่าได้บรรยากาศเหมือนวาร์ปไปเดินอยู่ใจกลาง หมู่บ้านญี่ปุ่น ยุคเอโดะ กันเลยทีเดียว ที่เที่ยวกรุงเทพ สวยๆ มุมถ่ายรูปก็ปังสุดๆ แบบนี้ ตามเรามากันได้เลยค่ะ!  * เปิดแบบ Soft Opening ร้านยังไม่มีไม่เยอะค่ะ เปิดเป็นทางการ 31 มีนาคม 2565 * ฮาราจูกุ ไทยแลนด์ Harajuku Thailand สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ในกรุงเทพ สไตล์ญี่ปุ่น นี้ ตั้งอยู่บนถนนสุวินทวงศ์ ค่ะ ซึ่งมีเนื้อที่กว่า 122 ไร่ โดยถูกเนรมิตให้เป็น หมู่บ้านญี่ปุ่นสุดคลาสสิค ที่เหมือนกับยุคเอโดะซึ่งเต็มไปด้วยบรรยากาศ และกลิ่นอายแบบญี่ปุ่นแท้ๆ แบบที่เราเคยได้ไปสัมผัสที่ญี่ปุ่นกันเลยทีเดียว Soft Opening ไปเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2564 ที่ผ่านมานี่เอง เรียกได้ว่า …

ฮาโกดาเตะ Hakodate ที่เที่ยวฮอกไกโด สุดโรแมนติก

ช่วงปลายปีแบบนี้ พิกัด เที่ยวหน้าหนาว ญี่ปุ่น ที่พลาดไม่ได้เลยก็คือ ฮาโกดาเตะ Hakodate ที่เที่ยวฮอกไกโด เมืองท่าที่ขึ้นชื่อว่ามีถนนสายโรแมนติกที่สุดในญี่ปุ่น รวมถึงทิวทัศน์ในยามค่ำคืนที่ส่องประกายระยิบระยับดั่งดวงดาว ไม่เพียงเท่านี้ ที่นี่ยังเป็นแหล่งอาหารทะเลสดที่คนรักซูชิต้องไปลิ้มลองสักครั้งอีกด้วย ฟินจนอยากจะกลับไปอีกหลายๆ ครั้งเลยทีเดียว!  ฮาโกดาเตะ (Hakodate) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของ จังหวัดฮอกไกโด (Hokkaido) ประเทศญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยภูเขาฮาโกดาเตะ ที่กำเนิดจากการปะทุของภูเขาไฟ ก่อนจะค่อยๆ ก่อตัวเป็นสันดอนทรายเชื่อมเกาะเมื่อ 3,000 ปีก่อนจนกลายเป็นเมืองที่ผู้คนมาตั้งถิ่นฐานอยู่อาศัยกันตนปัจจุบัน และเนื่องจากทำเลที่ตั้งอยู่ติดกับทะเล จึงทำให้ที่นี่เป็นเมืองท่าที่รุ่งเรืองมาตั้งแต่ในอดีต มีสถาปัตยกรรมทางตะวันตกที่สวยงาม อีกทั้งยังมีชื่อเสียงในเรื่องของทิวทัศน์ในยามค่ำคืนที่ใครๆ ก็อยากจะไปชมความงดงามให้เห็นกับตาสักครั้ง ฤดูกาลใน ฮาโกดาเตะ (Hakodate) นั้นมีทั้งหมด 4 ฤดู ได้แก่ ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี และฤดูหนาว ตั้งเตือนมีนาคม-เดือนพฤษภาคม เราจะได้เห็นดอกไม้นานาพันธุ์ผลิบานสร้างสีสันในกับเมืองฮาโกดาเตะ โดยเฉพาะดอกซากุระที่จะบานสะพรั่งเป็นสีชมพูหวานแหววตามจุดต่างๆ ในเมือง ฤดูร้อนในช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคมจะมีอากาศอบอุ่น ช่วงกลางคืนจะมีไอหมอกจางๆ ปกคลุมเมือง ดูสวยไปอีกแบบ พอเข้าฤดูใบไม้เปลี่ยนสีในเดือนกันยายน-ต้นเดือนพฤศจิกายน ต้นไม้รอบๆ …

โอตารุ เที่ยวฮอกไกโด ญี่ปุ่น เมืองน่ารักริมคลอง

เมื่อมาเที่ยว ฮอกไกโด ที่เที่ยวญี่ปุ่น แล้ว หนึ่งในเมืองที่พลาดไม่ได้เลยก็คือ โอตารุ Otaru เมืองน่ารักริมคลอง อบอวลไปด้วยเสียงดนตรีกรุ๊งกริ๊งของกล่องเพลงที่ดังคลอไปตลอดทาง และแม้จะเป็นเมืองที่ผู้คนนิยมมาเที่ยวแบบไปเช้า-เย็นกลับ แต่ก็เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละฤดู มองดูไปแล้วก็คล้ายกับเมืองในนิทานไม่มีผิด ห่างจากเมืองซัปโปโร (Sapporo) เมืองหลวงของ จังหวัดฮอกไกโด (Hokkaido) ไปประมาณ 30 นาที เราจะพบกับ โอตารุ (Otaru) เมืองท่าเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ตรง กิ่งจังหวัดชิเรเบชิ (Shiribeshi-Sogo-Shinko-Kyoku) จังหวัดฮอกไกโด ที่นี่มีทางรถไฟและท่าเรือสำคัญที่ทำการค้าขายกับรัซเซียมาตั้งแต่สมัยที่ชาวญี่ปุ่นอพยพมาอยู่บนเกาะฮอกไกโดในช่วงศตวรรษที่ 19 รวมถึงอาคารบ้านเรือน โกดัง ธนาคาร และโบสถ์ที่ยังคงอนุรักษ์สถาปัตยกรรมดั้งเดิมไว้เป็นอย่างดีมาจนถึงทุกวันนี้ ปัจจุบันโอตารุกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวชื่อดังอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดฮอกไกโด เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของวัฒนธรรมและทัศนียภาพอันงดงามของ คลองโอตารุ (Otaru Canal) คลองสายสำคัญที่เป็นทั้งที่ตั้งของท่าเรือและเส้นทางคมนาคมของเมือง และด้วยความที่ตั้งอยู่ห่างจากซัปโปโรไปด้วยไม่ไกล โอตารุจึงเป็นจุดมุ่งหมายที่นักท่องเที่ยวนิยมเที่ยวแบบไปเช้า-เย็นกลับ เนื่องจากเป็นเมืองที่มีลำคลองไหลผ่านใจกลางเมืองที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมตะวันตก จึงปฏิเสธไม่ได้เลยถึงความโรแมนติกและน่ารักของที่นี่ ไปเที่ยวฤดูไหนก็จะสัมผัสได้ถึงเสน่ห์ที่แตกต่างกันออกไป แต่ฤดูที่ผู้คนนิยมมาเที่ยวมากที่สุดก็คงไม่พ้น ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี และ ฤดูหนาว ช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี เราจะสัมผัสได้ถึงลมหนาวที่เริ่มพัดผ่านเข้ามา ตัดกับสีโทนอุ่นของใบไม้ที่ผลัดใบ พอเข้าฤดูหนาว ตามหลังคาบ้านเรือนและโกดังริมน้ำจะปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวโพลน เมื่อกระทบกับแสงไฟในยามค่ำคืนก็เสริมบรรยากาศให้โรแมนติกขึ้นไปอีก เสน่ห์อย่างหนึ่งในการมาเที่ยวโอตารุคือ เราจะได้ยินเสียงของกล่องดนตรีดังกรุ๊งกริ๊งตลอดการเดินทางไป พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี (Otaru Music Box Museum) หรือ Otaru …

Nabana No Sato Winter Illumination 2021-2022 อุโมงค์ไฟ สุดอลังการ

ไปดูความอลังการสุดๆรับ ปีใหม่ 2022 นี้กันที่ ญี่ปุ่น กับ งานไฟประดับ Nabana No Sato Winter Illumination 2021-2022 ซึ่งจัดขั้นทุกปีค่ะในช่วงฤดูหนาว และสำหรับปีนี้ ก็เริ่มขึ้นแล้วตั้งแต่ 23 ตุลาคม 2021 – 31 พฤษภาคม 2022 เพราะฉะนั้น วันปีใหม่ วันคริสต์มาส ไปยัน วันวาเลนไทน์ ก็ไปเที่ยวชมไฟสุดโรแมนติกนี้กันได้ยาวๆเลย Nabana No Sato Winter Illumination เป็นงานไฟประดับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ซึ่งจะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ตั้งแต่ประมาณกลางเดือนตุลาคม (ฤดูใบไม้ร่วง) ยาวไปจนถึงเดือนพฤษภาคม (ฤดูใบไม้ผลิ) ของปีถัดไปเลยทีเดียว งานไฟประดับนี้ตั้งอยู่ใน สวนดอกไม้ Nabana No Sato ซึ่งเป็นหนึ่งในโซนที่เที่ยวยอดนิยมของ Nagashima Resort ที่ตั้งอยู่ในเมือง Kuwana จังหวัด Mie (ติดกับจังหวัด Nagoya) ค่ะ ในแต่ละปีก็จะเปิดให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวพักผ่อน ชมความสวยงามของ ทุ่งดอกไม้ …

มาสัมผัสประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือนใน โทยามะ, นากาโน่, กิฟุ กันเถอะ!

ซูชิจากอ่าวโทยามะ (จังหวัดโทยามะ) หากอยากทานซูชิอร่อย ๆ ล่ะก็ มีอยู่ทุกที่ทั่วญี่ปุ่น ที่อ่าวโทยามะนั้น ขึ้นชื่อว่าเป็นขุมทรัพย์ของการประมง ซูชิจากอ่าวโทยามะ จึงขึ้นชื่อ เรื่องรสชาติ ความสดใหม่ ผสานกับความอร่อยของข้าวญี่ปุ่นที่ผลิตในโทยามะเองเป็นรสชาติความอร่อยที่สามารถหาทานได้ ที่โทยามะเท่านั้น หมู่บ้านไอโนคุระ กัชโชสึคุริ (จังหวัดโทยามะ) หนึ่งในสามหมู่บ้านที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก (อีกสองหมู่บ้านคือ หมู่บ้านซุงานุมะและชิราคาวาโกะ) เป็นหมู่บ้านที่ชวนให้นึกถึงญี่ปุ่นในอดีต ที่ดึงดูดสายตาด้วยความงดงามของธรรมชาติอันเงียบสงบตั้งแต่ก้าวเข้ามาในหมู่บ้าน นอกจากนั้น ในช่วงค่ำ ยังเป็นวิวทิวทัศน์ที่น่าประทับใจไม่รู้ลืม ปราสาทมัตสึโมโต้ (จังหวัดนากาโน่) ปราสาทมัตสึโมโต้ โดดเด่นด้วยกระเบื้องหลังคาสีดำสนิทตัดกับส่วนหน้าที่เป็นสีขาว ที่มีฉากหลังเป็นเจแปนแอลป์ ถือเป็นวิวทิวทัศน์อันงดงามน่าประทับใจ นอกจากนี้ขอแนะนำถนนนาวาเตะและถนนนากะมาจิที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ของปราสาทมัตสึโมโต้แห่งนี้ คามิโคจิ (จังหวัดนากาโน่) คามิโคจิ อีกหนึ่งสัญลักษณ์ ของเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่น มีถนนหลายสายที่สามารถมาเดินเล่นสบาย ๆ หรือจะ เดินป่า ปีนเขา ชมวิวทิวทัศน์ ของธรรมชาติโดยรอบ ดื่มด่ำและเพลิดเพลินไปกับเสน่ห์ของแม่น้ำใส …

ตำนาน 8 บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ อารยธรรมโบราณรอบโลก สถานที่ชำระล้างจากเทพเจ้า

ความเชื่อเรื่องบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์จากเทพเจ้านั้นอยู่คู่กันกับผู้คนทุกยุคทุกสมัย ชนชาติใด ใช้สำหรับดื่ม และอาบน้ำเท่านั้น ก็ตาม ซึ่งเนื้อแท้ภายในนั้นก็คือการเคารพ และอาศัยอยู่กับธรรมชาติอย่างเกื้อกูลกัน และปลูกฝังความคิดเรื่องการอนุรักษ์ธรรมชาติไว้อย่างแนบเนียน ครั้งนี้เราจะพาไปรู้จักกับบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์จากที่ต่างๆ รอบโลกที่น่าสนใจกัน 1. โอะชิโนะฮักไก (Oshino Hakkai) หมู่บ้านน้ำใสใกล้ภูเขาไฟฟูจิ ในประเทศญี่ปุ่น จังหวัดยามานาชิ เป็นที่ตั้งของ โอะชิโนะฮักไก หรือที่คนไทยเรียกกันว่าหมู่บ้านน้ำใส ซึ่งก็ใสปิ๊งสมชื่อจริงๆ เพราะแม้บ่อจะลึกมากแต่ก็มองเห็นก้นบ่อได้แบบทะลุทะลวง ผู้คนบูชาบ่อน้ำแห่งนี้ในฐานะบ่อน้ำของเทพเจ้ามาตั้งแต่สมัยโบราณ เป็นหนึ่งในจุดแวะพักชำระล้างจิตใจ ก่อนจะเดินขึ้นภูเขาฟูจิ แล้วจึงกลับลงมาแสวงบุญตามจุดสำคัญต่างๆ ที่อยู่รอบภูเขา ตามธรรมเนียมปฎิบัติดั้งเดิมในการบูชาภูเขาไฟฟูจินั่นเอง 2. วิหารฮินดูศักดิ์สิทธิ์ วัดเทมปักสิริงค์ (Tempaksiring Temple) วิหารฮินดูที่สร้างในศตวรรษที่ 13 ใช้ในการประกอบพิธีทางศาสนาพราหมณ์เท่านั้น ในส่วนของบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์นั้นเป็นน้ำที่ได้มาจากน้ำผุดตามธรรมชาติ ไหลไม่หยุดนิ่งมาเป็นระยะเวลาอย่างยาวนาน มีต้นน้ำมาจากภูเขาไฟ ซึ่งชาวบาหลีก็ยังมีความเชื่อว่า เมื่อใครได้อาบน้ำจากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้จะช่วยรักษาโรคภัยไข้เจ็บ และผิวพรรณเปล่งปลั่ง 3. วิหารคาร์นัค เมืองลักซอร์ (Karnak Temple) มหาวิหารคาร์นัค เป็นวิหารใหญ่ที่สร้างถวายแด่เทพอะมุนราห์ (สุริยเทพ) …

7 สัตว์เทพญี่ปุ่น รูปปั้นสัตว์มงคลที่พบได้ในศาลเจ้า

 ตามวัดวาอารามหรือศาลเจ้าญี่ปุ่นนั้น นอกจากจะเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่พำนักของท่านเทพตามความเชื่อของชาวญี่ปุ่นแล้ว ยังมีพื้นที่บางส่วนในนั้นที่เป็นของสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ หรือสัตว์ภูติต่างๆ อยู่ด้วย ซึ่งเราจะเห็นเป็นรูปปั้นต่างๆ นั่นเอง ส่วนใหญ่ก็มักจะอยู่ในฐานะของผู้รับใช้เทพเจ้า หรือบางแห่งก็อาจเป็นสัตว์เทพเองเสียเลย และต่อไปนี้คือ 7 สัตว์เทพ สัตว์มงคลที่พบได้ในศาลเจ้าญี่ปุ่น 1. สุนัขจิ้งจอก หรือ คิทสึเนะ (Kitsune) สัตว์ที่คุ้นตาเราทุกคนที่สุด และเห็นได้บ่อยตามศาลเจ้า คงหนีไม่พ้นสุนัขจิ้งจอกแน่ๆ เป็นข้ารับใช้ของเทพอินาริ เทพแห่งธัญญาหาร และการเกษตร ด้วยความที่ศาลอินารินั้นมีอยู่มากมายทั่วญี่ปุ่น (โดยมี ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ ที่เกียวโตเป็นศาลที่ใหญ่ที่สุด) นั่นเลยทำให้หลายๆ คนมักจะเรียกสุนัขจิ้งจอกในศาลเจ้าว่าอินาริไปด้วยเช่นกัน โดยหน้าที่หลักๆ ของจิ้งจอกพวกนี้ ก็คือการเป็นสื่อกลางนำสาส์นที่ได้จากท่านเทพมายังโลกมนุษย์นั่นเอง นอกจากนี้ชาวญี่ปุ่นยังมีความเชื่อว่าสุนัขจิ้งจอกเป็นสัตว์ที่มีสติปัญญา และอายุที่ยาวนาน หากมีอายุมากขึ้นๆ ก็จะมีพลังที่แก่กล้าขึ้น ตำนานที่คนทั่วไปรู้จักก็มักจะเป็นเรื่องของสุนัขจิ้งจอกที่แปลงร่างเป็นหญิงสาว และมีความรักกับมนุษย์ ตอนจบก็มีหลากหลายทั้งแบบโศกเศร้า และแฮปปี้เอนดิ้ง  2. ทานุกิ (Tanuki)  ทานุกินั้นเป็นแรคคูนประเภทหนึ่งที่พบได้ในญี่ปุ่น ซึ่งเราจะพบเห็นรูปปั้นทานุกิได้ตามหน้าบ้านหรือร้านเหล้าต่างๆ แม้จะดูเป็นสัตว์ที่ฉลาดแกมโกง …

ตำนานสยอง ผีนับจาน ปราสาทฮิเมจิ วิญญาณในบ่อน้ำของหญิงสาว

สุดยอดป้อมปราการที่มีทั้งความสวยสง่า และแข็งแกร่งดั่งภูผาในคราวเดียวกัน ปราสาทฮิเมจิ 1 ใน 3 ปราสาทที่งดงามที่สุดในญี่ปุ่น ชาวญี่ปุ่นนิยมเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “ปราสาทนกกระสาขาว” จากพื้นผิวด้านนอกตัวปราสาทที่มีสีขาวสะอาดตา ปัจจุบันปราสาทฮิเมจิได้ขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติประจำชาติญี่ปุ่นและมรดกโลกเรียบร้อยแล้ว แต่นอกจากความงามที่กล่าวมานั้น ปราสาทแห่งนี้ยังมีเรื่องราวชวนสยองขวัญที่น่าเศร้าแฝงอยู่ ซึ่งเรื่องราวนี้นับเป็นเรื่องผีที่ชาวญี่ปุ่นรู้จักกันมากที่สุดเรื่องหนึ่ง ทั้งยังได้รับการดัดแปลงเป็นบทละครคาบูกิอีกด้วย นั่นคือเรื่อง “ผีนับจาน” Sarayashiki หรือ “โอคิคุ” นั่นเอง  เริ่มจากตำนานที่นำไปดัดแปลงเป็นละครคาบูกิก่อน เล่าว่า โอคิคุ เป็นสาวใช้ของซามูไรนามว่า อาโอยามา เทสซัน เขาตกหลุมรักเธอจึงได้วางแผนหลอก ด้วยการนำชุดเครื่องจานราคาแพงจากดัตช์มามอบให้เป็นหน้าที่ของโอคิคุคอยดูแล วันหนึ่งเขาจึงนำจานหนึ่งใบไปซ่อน แล้วสั่งสาวใช้ให้นำชามทั้ง 10 ใบมาให้ เมื่อโอคิคุไม่สามารถหาได้ครบ เธอจึงหวาดกลัวว่าจะถูกลงโทษ เทสซันจึงยื่นข้อเสนอจะยกโทษให้หากเธอยอมเป็นภรรยาน้อยของเขา โอคิคุไม่ยอม และเลือกที่จะรักษาเกียรติของตนด้วยการกระโดดลงบ่อน้ำ จบชีวิตของตนลงในที่สุด บางตำนานก็เล่าว่า เป็นเทสซันเองที่โมโหจัดจนฆ่าเธอเองกับมือ แล้วโยนศพทิ้งลงบ่อน้ำ แต่เรื่องก็ไม่ได้จบลงเพียงเท่านั้น เพราะถึงตอนกลางดึก ณ บ่อน้ำในปราสาทนั้นเอง จะปรากฏร่างสีขาวซีดของโออิคุอยู่ข้างบ่อน้ำนั้น แล้วเริ่มออกเสียงนับจานอย่างช้าๆ กระทั่งนับถึงใบที่ 9 เธอจะเริ่มร้องไห้ ส่งเสียงโหยหวนจนชวนขนลุก เป็นเช่นนี้อยู่ทุกค่ำคืนจนกระทั่งอาโอยามา เทสซันเสียสติ เป็นบ้าไปในที่สุด อีกตำนานเล่าว่า …

อุโมงค์คาเมวะ Kameiwa Cave ที่เที่ยวญี่ปุ่น ปรากฏการณ์แสงรูปหัวใจ สวยดั่งภาพวาด

 วันนี้เราจะพา เที่ยวญี่ปุ่น ชมแสงรูปหัวใจที่ อุโมงค์คาเมวะ Kameiwa Cave ธรรมชาติอันงดงามสรรค์สร้างโดยฝีมือมนุษย์แห่ง สวนชิมิสุ (Shimizu Keiryū Park) ใน จังหวัดชิบะ (Chiba) ที่บอกเลยว่าหาชมไม่ได้ง่ายๆ จากที่ไหน แถมเวลาที่สวยที่สุดก็มีเพียง 2 ครั้งต่อปีเท่านั้น แต่ต่อให้เป็นเวลาอื่น สวนแห่งนี้ก็ยังเต็มไปด้วยเสน่ห์ที่น่าไปค้นหาอยู่ดีค่ะ ใครที่ชอบเที่ยวธรรมชาติ สัมผัสบรรยากาศเงียบสงบ ต้องมาที่นี่เลย สวนชิมิสุ (Shimizu Keiryū Park) คือสวนธรรมชาติที่ตั้งอยู่ใน เมืองคิมิตสึ (Kimitsu) จังหวัดชิบะ (Chiba) ประเทศญี่ปุ่น นอกจากจะเป็นสวนที่มีความร่มรื่น เต็มไปด้วยพรรณไม้นานาชนิดแล้ว ความพิเศษของสวนแห่งนี้ก็คือ อุโมงค์คาเมวะ (Kameiwa Cave) และ น้ำตกโนมิโสะ (Nomizo Waterfall) ที่มาพร้อมกับทัศนียภาพอันงดงามราวภาพเขียน แถมยังดูน่าพิศวงเหมือนฉากในหนังหรือการ์ตูนแฟนตาซีเลยค่ะ รู้มั้ยว่า อุโมงค์คาเมวะ ที่สวยงามราวธรรมชาติสรรค์สร้าง แท้จริงแล้วเกิดจากฝีมือมนุษย์? ย้อนกลับไปเมื่อยุคเอโดะ (Edo Period) ในศตวรรษที่ 17 ได้มีการขุดเจาะอุโมงค์แห่งนี้ขึ้นเพื่อเปิดทางให้น้ำจากแม่น้ำสายหลักที่ไหลมายัง น้ำตกโนมิโสะ ไหลออกสู่พื้นที่ในบริเวณใกล้เคียงเพื่อใช้ในการเกษตรและปลูกนาข้าวขั้นบันได ปัจจุบัน พื้นที่นั้นก็คือ Oyama Senmaida หนึ่งในพื้นที่การเกษตรสำคัญของจังหวัดชิบะนั่นเองค่ะ ไฮไลท์ อุโมงค์คาเมวะ ที่หลายคนตั้งหน้าตั้งตารอคอยคือ ปรากฏการณ์แสงรูปหัวใจ ที่เกิดจากแสงอาทิตย์ในยามเช้าที่ลอดผ่านอุโมงค์และสะท้อนเข้ากับผืนน้ำ …

คามิโคจิ Kamikochi ที่เที่ยวญี่ปุ่น ชมวิวใบ้ไม้เปลี่ยนสี อากาศเย็นฉ่ำ

 เข้าสู่ช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่ ประเทศญี่ปุ่น อย่างเต็มตัวแล้ว ได้เวลาไปตามล่าจุดชมวิวใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ สูดอากาศบริสุทธิ์ให้ชื่นปอดที่ คามิโคจิ Kamikochi ที่เที่ยวญี่ปุ่น ที่มาพร้อมกับทิวเขาและสายน้ำสุดอลังการจนได้รับสมญานามว่าเป็น Japan Alps นั่นเองค่ะ ใครที่ชอบโทนสีอุ่นๆ ของฤดูใบไม้ร่วงตัดกับสีฟ้าของสายน้ำ ที่นี่เองค่ะที่ตอบโจทย์มากที่สุด อย่ารอช้า ตามเรามาเลย! ท่ามกลางหุบเขาที่ตั้งอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 1,500 ใน จังหวัดนากาโนะ (Nagano) ประเทศญี่ปุ่น เป็นที่ตั้งของ คามิโคจิ (Kamikochi) แหล่งธรรมชาติที่สวยงาม โอบล้อมไปด้วยเทือกเขาขนาดใหญ่และแม่น้ำสายสำคัญอย่าง แม่น้ำอาซุสะ (Azusa River) แม่น้ำสีฟ้าใสแจ๋วที่ทอดยาวตลอดหุบเขา เป็นจุดชมวิว Japan Alps ที่สวยงามที่สุด และขนานนามว่าเป็น สวิสเซอร์แลนด์แห่งประเทศญี่ปุ่น ที่ใครๆ ก็อยากไปชมความงดงามเหล่านี้ด้วยตาตนเอง เนื่องจากตั้งอยู่ระหว่าง เมืองมัตสึโมโตะ (Matsumoto) และ ทาคายามะ (Takayama) นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จึงนิยมไปเที่ยวแบบ One Day Trip แต่ใครที่อยากจะพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติในอุทยาน ที่นี่ก็มีจุดกางเต็นท์และที่พักให้บริการเช่นกันค่ะ การจะไปเที่ยว คามิโคจิ นั้น สิ่งที่ควรรู้เป็นอย่างแรกเลยคือ ที่นี่เปิดให้ท่องเที่ยวเพียงปีละ 7 เดือน ตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน จนถึง กลางเดือนพฤศจิกายนเท่านั้นค่ะ เพราะฉะนั้นใครที่มีแพลนไปเที่ยวคามิโคจิในช่วงฤดูหนาวอาจจะได้ไปเสียเที่ยว เพราะจะเป็นช่วงที่ทางอุทยานจะปิดทำการเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ อีกทั้งสภาพอากาศที่หนาวจัดยังไม่เหมาะแก่การไปเที่ยวในช่วงนั้นอีกด้วย …